Google AdWords vs SEO

Google AdWords vs SEO
September 23, 2016 No Comments Online Marketing & SEO Training admin

การโฆษณา Google AdWords vs SEO

การโฆษณาออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโฆษณาบน Google ที่เรียกกันว่า “Google AdWords” (หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า “กูเกิลแอดเวิร์ด”) กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ที่ต้องการทำการโฆษณาสามารถจำกัดงบประมาณในการลงโฆษณาได้ตามความเหมาะสม ซึ่งต่างจากการโฆษณาแบบเดิมๆ เช่น โทรทัศน์ ป้ายโฆษณา นิตยสารที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนในการโฆษณาแต่ละครั้งเป็นอย่างมาก

 

โฆษณากูเกิลแอดเวิร์ดปรากฏที่ส่วนไหนของกูเกิล?

หลายๆท่านที่เคยใช้ Google ในการค้นหาเว็บไซด์น่าจะเคยสังเกตเห็นตัวหนังสือสีเหลืองๆส้มๆที่มีคำว่า “โฆษณา” อยู่ด้านบนสุดหรือด้านขวามือของผลการค้นหา เว็บไซด์ที่ปรากฏขึ้นในส่วนนี้เกิดจากการโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ดนั่นเอง

สังเกตจากรูปด้านล่าง เราลองพิมพ์ค้นหาด้วยคำว่า “หลังคาเมทัลชีท” บนหน้าค้นหาของ Google จะพบว่ามี 3 โฆษณาของกูเกิลแอดเวิร์ดปรากฏขึ้น อยู่เหนือส่วนของ รูปภาพสำหรับ หลังคาเมทัลชีท

ค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ดมีลักษณะเป็น Pay-Per-Click (PPC) หรือคิดเป็นราคาต่อการกดคลิกหนึ่งครั้งโดยผู้ใช้งาน ซึ่งแต่ละคำจะมีค่าใช้จ่ายไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง เช่น คำว่า “หลังคาเมทัลชีท” อาจมีค่าใช้จ่ายอยู่ในระหว่าง 30-40 บาท/คลิก โดย Google จะมีมูลค่าการโฆษณาที่แนะนำ (Suggested bid) ไว้ให้

 

การใช้งาน Google AdWords เบี้องต้น

เจ้าของเว็บไซด์ที่ต้องการลงโฆษณาบน Google สามารถสร้างบัญชีกูเกิลแอดเวิร์ดได้ โดยพิมพ์ค้นหาด้วยคำว่า “google adwords” บนหน้าค้นหาของ Google และเมื่อพบแล้วก็คลิกเข้าไปสร้างบัญชีได้

ในการสร้างบัญชีครั้งแรก ผู้ใช้งานจะถูกบังคับให้ตั้งค่าต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น เว็บไซด์ที่ต้องการโฆษณา งบประมาณในการโฆษณา คำศัพท์ที่ต้องการใช้โฆษณา พื้นที่และแหล่งที่ต้องการลงโฆษณา ข้อมูลการชำระเงิน เป็นต้น และจำเป็นต้องสร้างแคมเปญ (Campaign) และ Ads ของโฆษณาเพื่อดำเนินการโฆษณาครั้งแรกกับ Google

 

การค้นหาคำศัพท์ (Keywords) ที่ใช้ค้นหาใน Google

ข้อดีของการเปิดใช้งานบัญชีกูเกิลแอดเวิร์ดคือ Google จะจัดเตรียมเครื่องมือที่ชื่อว่า “Keyword Planner” (ไปที่ Tools > เลือก Keyword Planner) ให้ผู้ใช้งานสามารถทำการค้นหาข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับคำศัพท์นั้น (Keyword) ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลปริมาณการค้นหา (average monthly searches) ระดับการแข่งขันของคำศัพท์ (competition) และมูลค่าแนะนำในการลงโฆษณา (suggested bid)

หลังจากที่ทำการตรวจสอบข้อมูลของคำศัพท์ที่จะใช้โฆษณา (Keyword) เจ้าของเว็บไซด์สามารถกดเข้าไปที่ Campaign ที่อยู่บเมนูด้านบน เพื่อกลับไปที่แคมเปญ (Campaign) เดิมที่ได้สร้างไว้เพื่อทำการสร้างโฆษณา (Ads) ใหม่

 

โครงสร้างของการสร้างโฆษณา (Ads) บนกูเกิลแอดเวิร์ดจะเป็นดังต่อไปนี้
  • Campaign โดยอาจใช้เป็นชื่อเว็บไซด์ของคุณเอง เช่น twobearsmarketing.com หรือจะแตกแยกย่อยเป็นแต่โปรโมชั่นแคมเปญก็ได้
  • Ads Group คือ กลุ่มของการโฆษณา (Ads) ซึ่งอาจแบ่งเป็นชนิดของสินค้าหรือบริการ เช่น การตลาดออนไลน์ การออกแบบเว็บไซด์ เป็นต้น
  • Ads คือ ข้อความของการโฆษณา โดยในส่วนนี้การเขียนโฆษณาให้น่าดึงดูดให้ผู้เห็นคลิก
    • หัวข้อโฆษณา (Title)
    • ข้อความโฆษณา (Description)
    • ลิงค์ของเว็บไซด์ (URL)
Sample of google adwords creation

ตัวอย่างการสร้างข้อความโฆษณาบนกูเกิ้ลแอดเวิร์ด

 

การโฆษณาบนกูเกิลแอดเวิร์ดนั้นไม่ยากครับ ใครที่สนใจลองทำโฆษณาแบบเบื้องต้นก็ลองไปทำกันดูได้ครับ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการทำโฆษณาแบบขั้นสูงขึ้น หรือต้องการทำโฆษณาให้มีประสิทธิภาพขึ้น Google จะมีเครื่องมือต่างๆให้เล่นเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น ad extensions ต่างๆ ซึ่งจะเป็นข้อความโฆษณาเพิ่มเติม เช่น เบอร์โทรศัพท์ โปรโมชั่น ฯลฯ หรือการสร้าง Audiences ในการโฆษณา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวเพิ่มค่าเฉลี่ยของการกดคลิก Click-Through-Rate (CTR) ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาต่อคลิดลดลงด้วย

 

ข้อแตกต่างของ Google AdWords และ Search Engine Optimization (SEO)

การโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ดถือเป็นรายได้หลักช่องทางหนึ่งของ Google จากสถิติของหลายๆแหล่งข้อมูล ปริมาณการกดคลิกของกูเกิลแอดเวิร์ดคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของปริมาณการค้นหาทั้งหมด โดยสัดส่วนที่เหลือจะเป็นผลลัพท์ของการค้นหาปกติ (Organic Search) ที่แสดงผลอยู่ใต้กูเกิลแอดเวิร์ด ซึ่งการทำ Seach Engine Optimization (SEO) นี่เองที่จะทำให้เว็บไซด์ของลูกค้าขึ้นมาอยู่ในหน้าแรกหรืออันดับต้นๆของ Google จำนวนคลิกของผลลัพท์ของการค้นหาปกติในหน้าแรกของ Google คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 72% และหน้า 2-3 รวมกันประมาณ 6% ที่เหลือจะเป็นการที่ผู้ทำการค้นหาไม่กดคลิกเลยหรือทำการค้นหาด้วยคำศัพท์ใหม่

สัดส่วนในการแสดงผลลัพท์ของการค้นหาปกติ (Organic Search) จะเป็นดังต่อไปนี้
  • การติดหน้าแรกกูเกิ้ล seo อันดับต้นๆ
  • อันดับ #1 จะมีสัดส่วนการคลิกประมาณ 30%
  • อันดับ#2 ประมาณ 15%
  • อันดับ#3 ประมาณ 10%
  • อันดับ#4 ประมาณ 7%
  • อันดับ#5 ประมาณ 5.5%
  • อันดับ 6-10 รวมกันประมาณ 4%
  • หน้า 2 ประมาณ 4%
  • หน้า 3 ประมาณไม่ถึง 2%
5 ข้อสรุปของการโฆษณา Google AdWords
  • เจ้าของเว็บไซด์สามารถแสดงผลการโฆษณาบนการค้นหาของ Google ได้ทันที โดยสามารถเข้าไปสมัครเปิดบัญชีกูเกิลแอดเวิร์ดได้ ณ ตอนนี้เลย
  • เป็นการทำโฆษณาที่สามารถจำกัดงบประมาณต่อคลิก (Pay-Per-Click; PPC) และงบประมาณต่อวัน (Daily Budget) ได้ และยังสามารถควบคุมข้อมูลของการแสดงผลได้อีกด้วย เช่น เบอร์โทรติดต่อ โปรโมชั่น ฯลฯ
  • สามารถเริ่มต้นทำโฆษณาเบื้องต้นเองได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญ (สำหรับท่านที่สนใจ สามารถขึ้นไปอ่านในส่วนของการใช้งานกูเกิลแอดเวิร์ดเบื้องต้นได้)
  • ค่าโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ดมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการทำโฆษณาที่ไม่มีประสิทธิภาพจะทำให้ได้ผลกำไรไม่คุ้มค่าโฆษณา
  • ผู้ค้นหาจะยังสังเกตได้ว่าผลลัพท์ของการแสดงเป็นการโฆษณา
5 ข้อสรุปของการทำ Search Engine Optimization (SEO)
  • การที่เว็บไซด์แสดงผลอยู่ในอันดับต้นๆจะถูกมองว่าเป็นเว็บไซด์ที่น่าเชื่อถือในมุมมองของผู้ค้นหา
  • เป็นการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว เมื่อเว็บไซด์ติดอันดับต้นๆบนหน้าแรกของ Google แล้ว จะมีการคลิกเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาต่อคลิกคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
  • การทำ SEO เพื่อแสดงผลลัพท์บน Google สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น เว็บไซด์ เฟซบุค รูปภาพ วีดีโอ แผนที่ เป็นต้น
  • ต้องใช้ระยะเวลาในการไต่อันดับขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆของการแสดงผลการค้นหาบน Google
  • ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO โดยตรงเป็นโปรโมทเว็บไซด์ เนื่องจากการโปรโมทเว็บไซด์ที่ผิดวิธีอาจทำให้เว็บไซด์หายไปจากการผลค้นหาของ Google ได้

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ตรงของผม สิ่งที่อยากแนะนำคือการผสมผสานใช้งานทั้งในรูปแบบการโฆษณา Google AdWords และการทำ SEO ซึ่งการผสมผสานที่มีประสิทธิภาพจะก่อให้ผลลัพท์ในเชิงธุรกิจที่ดีที่สุด

Tags
About The Author

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *